top of page
ค้นหา

เกล็ดเลือดต่ำต้องกินอะไร

  • รูปภาพนักเขียน: Thitipong Sriarporn
    Thitipong Sriarporn
  • 27 มี.ค.
  • ยาว 1 นาที

เกล็ดเลือดต่ำต้องกินอะไร
เกล็ดเลือดต่ำต้องกินอะไร


เกล็ดเลือดต่ำต้องกินอะไร วิธีเพิ่มเกล็ดเลือดตามธรรมชาติด้วยอาหาร วิตามิน และอื่นๆ

เกล็ดเลือด เป็นเซลล์เม็ดเลือดที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวและป้องกันการตกเลือด อาจสามารถเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือดได้ตามธรรมชาติผ่านการบริโภคอาหาร วิตามิน และอาหารเสริมที่เหมาะสม

เกล็ดเลือดต่ำคืออะไร?

ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) เป็นภาวะที่ร่างกายมีจำนวนเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ ซึ่งเกล็ดเลือดมีบทบาทสำคัญในการแข็งตัวของเลือด หากได้รับบาดเจ็บ เกล็ดเลือดจะจับตัวกันเพื่อปิดแผลและป้องกันการสูญเสียเลือด

ปกติผู้ใหญ่จะมีเกล็ดเลือดอยู่ในช่วง 150,000–450,000 หน่วยต่อไมโครลิตรของเลือด หากต่ำกว่านี้ จะถือว่าเป็นภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการแข็งตัวของเลือดและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

อาการของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

อาการหลักของภาวะเกล็ดเลือดต่ำมักเกี่ยวข้องกับ การตกเลือด ได้แก่:

  • เลือดออกไม่หยุด แม้เป็นแผลเล็ก ๆ

  • เลือดกำเดาไหลบ่อย

  • เลือดออกตามไรฟัน

  • มีเลือดปนในปัสสาวะหรืออุจจาระ

  • มีรอยช้ำง่าย

  • จุดแดงหรือจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง (Petechiae และ Purpura)

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

อาหารที่ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด

อาหารที่มีโฟเลตสูง

เกล็ดเลือดต่ำต้องกินอะไร

โฟเลต (Folate) หรือวิตามิน B9 มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือด ควรได้รับวันละ 400 ไมโครกรัม (คนท้องต้องการ 600 ไมโครกรัม) พบได้ใน:

  • ตับวัว

  • ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม บรัสเซลส์สเปราต์

  • ถั่วดำ ถั่วตาดำ

  • ซีเรียลและนมพืชเสริมโฟเลต

  • ข้าว และยีสต์

หมายเหตุ: การบริโภคโฟเลตมากเกินไปอาจส่งผลเสีย เช่น บดบังอาการขาดวิตามิน B12 และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาหารที่มีวิตามิน B12 สูง

วิตามิน B12 ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด ควรได้รับวันละ 2.4 ไมโครกรัม (คนท้อง 2.6 ไมโครกรัม) พบได้ใน:

  • เนื้อวัวและตับวัว

  • ไข่

  • หอยลาย

  • ปลา (ปลาเทราต์ แซลมอน ทูน่า)

  • ซีเรียลเสริมวิตามิน

  • นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลืองเสริม B12

อาหารเสริมที่อาจช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม เนื่องจากอาจส่งผลข้างเคียงหรือโต้ตอบกับยาอื่น ๆ

1. คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)

คลอโรฟิลล์เป็นเม็ดสีเขียวในพืช พบมากใน สาหร่ายคลอเรลลา การศึกษาชี้ว่าอาจช่วยบรรเทาอาการเกล็ดเลือดต่ำได้ แม้จะมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมัน

2. สารสกัดใบมะละกอ (Papaya Leaf Extract)

การศึกษาพบว่า สารสกัดจากใบมะละกอ อาจช่วยเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือดในผู้ป่วย ภูมิคุ้มกันเกล็ดเลือดต่ำเรื้อรัง (ITP) และสามารถรับประทานในรูปแบบอาหารเสริม

อาหารเสริมที่ควรหลีกเลี่ยง

บางอาหารเสริมอาจทำให้เกล็ดเลือดลดลง เช่น:

  • L-ทริปโตเฟน (L-Tryptophan)

  • วิตามิน B3 (Niacin)

  • แปะก๊วย (Ginkgo Biloba)

  • โสม (Ginseng)

  • ฟีเวอร์ฟิว (Feverfew)

  • ไพโคนอจินอล (Pycnogenol - สารสกัดเปลือกสน)

หากมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ควรแจ้งแพทย์หากต้องการทานอาหารเสริมเหล่านี้

คำถามที่พบบ่อย

1. จะเพิ่มเกล็ดเลือดใน 2 วันได้อย่างไร?

ไม่มีวิธีเพิ่มเกล็ดเลือดที่เห็นผลทันที แต่การรับประทานอาหารที่มี โฟเลตและวิตามิน B12 อาจช่วยสนับสนุนการสร้างเกล็ดเลือดได้

2. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากมีเกล็ดเลือดต่ำ?

อาหารและเครื่องดื่มที่อาจลดจำนวนเกล็ดเลือด ได้แก่:

  • แอลกอฮอล์

  • น้ำแครนเบอร์รี่

  • สารให้ความหวานแอสปาแตม (Aspartame)

  • ควินิน (Quinine) ที่พบในน้ำโทนิค

สรุป

การรับประทานอาหารที่เหมาะสมอาจช่วยเพิ่มเกล็ดเลือดได้ เช่น อาหารที่มีโฟเลตและวิตามิน B12 รวมถึงอาหารเสริมอย่าง คลอโรฟิลล์และสารสกัดใบมะละกอ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมหรือเปลี่ยนแปลงอาหาร เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงหรือไม่เพียงพอในการรักษาภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

 
 
 

Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
Featured Posts
IMG_4573.jpg
Archive
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square

© 2023 by GOOD TO EAT. Proudly created with Wix.com

bottom of page